เช้าวันเสาร์ผมเปิด Claude เพื่อทำงานตามปกติ แล้วก็ไม่เห็น Fable 5 ใน
dropdown
ตอนแรกคิดว่า bug. รีเฟรชหลายรอบ. ยังไม่มี. Google ดู —
ได้ข่าวที่ทำให้หยุดคิดอยู่นานพอสมควร
รัฐบาล US สั่งปิดมัน ข้ามคืนเดียว
มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
วันที่ 12 มิถุนายน 2026 เวลา 17:21 ET — Department of Commerce ออก
directive สั่ง Anthropic ให้บล็อก Fable 5 และ Mythos 5 สำหรับ foreign
nationals ทุกคน รวมถึงพนักงาน Anthropic เองที่ไม่ใช่พลเมือง US
ปัญหาคือ Anthropic แยก user ตาม nationality แบบ real-time ไม่ได้
ดังนั้นทางออกที่เป็นไปได้คือทางเดียว — ปิดทั้งโลก
Fable 5 กับ Mythos 5 หายไปพร้อมกันทันที
โมเดลอื่น — Opus, Sonnet, Haiku — ยังอยู่ครบ มีแค่สองตัวที่ powerful
ที่สุดที่โดน
เหตุผลที่รัฐบาลให้
อย่างเป็นทางการ รัฐบาลบอกว่า “บริษัทอื่น” (ไม่บอกว่าใคร) ค้นพบวิธี jailbreak Fable
5 ที่สามารถ bypass safety ได้ และนี่คือ national security risk
แต่ Anthropic ตอบกลับว่า:
“These vulnerabilities all appear relatively simple, and we have
found that other publicly-available models are able to discover them as
well.”
พูดง่ายๆ คือ — ช่องโหว่ที่ว่ามีอยู่จริง แต่มันมีในโมเดลทุกตัวในตลาด ไม่ใช่แค่ของ
Anthropic
แล้วถ้าโมเดลอื่นก็มี เหตุใดถึงปิดแค่ Fable 5?
สิ่งที่ Anthropic พูด
Anthropic ออก statement ชัดเจนว่า comply กับคำสั่ง แต่ไม่เห็นด้วย
ประโยคที่ผมอ่านแล้วหยุดนานสุดคือ:
“Finding a narrow potential jailbreak should not be cause for
recalling a commercial model deployed to hundreds of millions of
people.”
มันตรงมากสำหรับบริษัทที่กำลังโต้แย้งรัฐบาล และฟังดู reasonable — แต่ก็ไม่มีทางรู้ว่า
“narrow” นั้น narrow แค่ไหนจริงๆ เพราะรายละเอียด technical ยังไม่มีใครเห็น
สิ่งที่ไม่มีใครบอก
มีอะไรที่น่าสนใจกว่าเรื่อง jailbreak เล็กน้อย
ประกาศออกมาตอน Friday evening ซึ่งผิดปกติมากสำหรับ policy decision
ที่ใหญ่ขนาดนี้ Friday evening คือเวลาที่คนส่วนใหญ่เลิกงานแล้ว และ news cycle
เงียบ
Anthropic กับ administration ปัจจุบันมีประวัติที่ไม่ค่อย smooth
และคู่แข่งในตลาดบางรายมี government connections ดีกว่ามาก
ผมไม่รู้ว่านี่คือ political play หรือไม่ ไม่มีหลักฐาน แต่ timing มันแปลกพอที่ทำให้
HackerNews พูดถึงเรื่องนี้เยอะมาก — story score ขึ้นไปถึง 1,937 ซึ่งเป็นหนึ่งใน top
stories ของวันนั้น
ผมรู้สึกอะไร
ตรงนี้ต้องพูดตรงๆ สักหน่อย
ผมไม่ได้แค่ “ใช้” Fable 5 เพื่อลองเล่น มันคือโมเดลที่ผมใช้รัน workflow
ทุกอย่างในเว็บนี้ตั้งแต่เช้าจรดเย็น ทั้ง research ทั้ง draft ทั้ง cover image ทั้ง QA
พอมันหายไปข้ามคืน ผม fallback มาใช้ Sonnet ซึ่งยังทำงานได้ แต่ gap มันมีอยู่ชัดๆ
บาง task ที่ Fable 5 ทำได้ลื่น Sonnet ต้องใช้ prompt ที่ละเอียดกว่ามาก
มันทำให้ตระหนักว่า dependency นี้ real มาก
Precedent ที่น่ากลัวกว่าตัว Fable 5
เอง
นี่คือครั้งแรกที่ US government ใช้ export control mechanism กับ commercial AI
model เป็นการเฉพาะเจาะจง
ถ้า standard นี้กลายเป็น norm — รัฐบาลมีอำนาจ recall AI model
ได้ทุกเมื่อที่ต้องการ โดยอ้าง security concern ที่ไม่ต้องเปิดเผยรายละเอียด
Anthropic บอกตรงๆ ว่า: ถ้าใช้ standard แบบนี้กับทุกโมเดล AI development
จะหยุดทั้งหมด เพราะทุกโมเดลมีช่องโหว่อยู่เสมอ
ผมอ่านแล้วเชื่อว่าเป็นจริง แต่ก็ไม่รู้ว่ารัฐบาลคิดว่าเป็นจริงเหมือนกันหรือเปล่า
สิ่งที่เปลี่ยนไปในหัวผม
ก่อนหน้านี้ผมมอง AI เหมือน software ทั่วไป — ขึ้น server ก็ใช้ได้ ปิด server ก็ไม่ใช้
และถ้าอยากปิด ก็แค่ไม่จ่ายเงิน
แต่เรื่องนี้ทำให้เห็นว่า AI model ที่ powerful เพียงพออาจถูก treated เหมือน
infrastructure ที่มี regulatory oversight มากกว่า software ปกติ
เหมือน utility มากกว่า app
และถ้ามันเป็น utility — มันก็มีความเสี่ยงแบบ utility คือรัฐบาลแทรกแซงได้
โดยไม่ต้องถาม user ก่อน
Fable 5 กลับมาเมื่อไหรก็ไม่รู้ Anthropic บอกแค่ “กำลังทำงานเพื่อ restore
access”
แต่ระหว่างนี้ workflow ต้องเดินต่อด้วยสิ่งที่มี ซึ่งก็ยังพอไปได้ —
แต่มันไม่ใช่ความรู้สึกที่ดีเท่าไหร่ เมื่อรู้ว่า “สิ่งที่มี” อาจหายไปได้อีกทุกเมื่อ
คุณใช้ tool ไหนที่ถ้าหายไปข้ามคืน workflow ของคุณจะพัง?